ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอม และรสชาติอะไร ใครหลายคนต่างพากันคิดถึงกาแฟเป็นอันดับแรก เพราะกาแฟเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนหลงรัก ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องดื่มที่หลายคนไม่ชอบ วันนี้เราจะมาแนะนำประโยชน์ของกาแฟที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
กาแฟช่วยลดความเครียดบำรุงสมอง
มีผลการวิจัยว่า คนที่ดื่มกาแฟประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน จะลดความเครียดได้ประมาณ 15 % แต่หากดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน จะสามารถลดความเครียดได้ถึง 20% ทำให้สมองผ่อนคลายและบำรุงให้สมองตื่นตัว สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
1. กาแฟช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน
ในกาแฟ มีคาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์ ทำให้หลอดเลือดหดตัว ยิ่งในขณะที่หลอดเลือดของเราที่กำลังโป่งในขณะปวดไมเกรนในระยะฉับพลันและยังมีการใช้คาเฟอีนเป็นส่วนผสมยารักษาไมเกรน คาเฟอกอต อีกด้วย
2. กาแฟป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี
มีงานวิจัยแจ้งว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟอย่างน้อยวันละ 400 มิลลิกรัม มีส่วนช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้ โดยจากการศึกษาในผู้ที่ไม่เคยมีประวัติป่วยด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีผลปรากฏว่าความเสี่ยงต่อโรคทั้งชายและหญิงจะยิ่งลดลงเมื่อได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้น
โดยการดื่มกาแฟวันละ 800 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับกาแฟประมาณ 4 แก้วขึ้นไปต่อวันจะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ดีที่สุด
3. กาแฟช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคพาร์กินสัน
โรคพาร์กินสัน คือ ภาวะอาการที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติและมีอาการสั่นตามร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากการเสื่อมหรือเสียหายของเซลล์สมองชนิดนี้ งานวิจัยพบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างกาแฟ เป็นประจำนั้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคได้รวมถึงการได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงมีความสัมพันธ์กับอัตราความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสันที่น้อยลงทั้งในเพศชายและเพศหญิง
4. กาแฟลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน
มีงานวิจัยว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟ ที่มีคาเฟอีน วันละ 4 แก้วขึ้นไปจะมีความเสี่ยงเกิดโรคเบาหวานต่ำกว่าผู้ไม่ดื่มถึง 53% ซึ่งในกาแฟมีสารต้านทานอนุมูลอิสระ โดยกาแฟมีสารต่อต้านอนมูลอิสระ ชนิดเดียวกับที่มีใน องุ่น และมีมากกว่าบลูเบอร์รี่อีก และคาดว่า ในกาแฟนั้นมีสาร มีสารแมกนีเซียมช่วยให้เซลล์ร่างกาย อ่อนไหวต่อสารอินซูลิน ทำให้ร่างการไม่ต้องผลิตสารตัวนี้ออกมามาก
5. กาแฟช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง
มีผลการศึกษาแจ้งว่าปริมาณการดื่มกาแฟที่มากขึ้นจะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงและอาจช่วยลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้
6. กาแฟช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ
โดยคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเมตาบอลิซึ่ม หรือพูดให้ถูกต้องก็คือ คาเฟอีนไปกระตุ้นการหลั่งของสารสื่อประสาทเคทีโคลามีน (cetecholamine) ซึ่งจะไปกระตุ้นการสลายไขมันในเนื้อเยื่อให้เป็นพลังงาน ดังนั้นคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูปไกลโคเจน (glycogen) จึงยังคงเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่สะสมในกล้ามเนื้อ ร่างกายจึงทนทานต่อกิจกรรมที่ใช้แรงมากได้นานขึ้น เพิ่มการเผาผลาญ และลดอาการเมื่อยล้าจากการออกกำลังกาย
7. กาแฟช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์
มีการศึกษาวิจัยว่า กาแฟหรือคาเฟอีนมีส่วนช่วยในการชะลอภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์กันมาก การดื่มกาแฟวันละ 3-5 แก้วตั้งแต่ในช่วงวัยกลางคนอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ในวัยสูงอายุที่ลดลงประมาณ 65 %
8. กาแฟช่วยให้ตื่นตัว
เป็นเรื่องที่เราทราบกันดีว่า คาเฟอีนในกาแฟช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นตื่นตัวคลายความอ่อนล้าจากการอดนอนได้อย่างดี
การดื่มกาแฟ วันละ 2-3 แก้วจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การดื่มมากเกินไป ก็อาจจะมีผลเป็นโทษต่อร่างกาย และกาแฟไม่ใช่ยารักษาโรคหรือยาป้องกันโรคาก็ไม่แนะนำให้ดื่มเพื่อป้องกันโรค เพราะหากดื่มมากไปอาจเกิดภาวะไม่สบายหรือเป็นอันตรายจากการนอนไม่หลับหรือ ปวดศีรษะได้ โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ หรือคุณแม่ที่คลอดบุตร อยู่ระหว่างให้นมลูกไม่ควรดื่มกาแฟ