เมื่อร่างกายเริ่มมีสารตกค้าง, ไขมัน หรือน้ำตาลมากเกินไป จนเริ่มมีสัญญาณเตือนผ่านทางสุขภาพที่แย่ลง นั่นเป็นการบ่งบอกว่าคุณถึงเวลาดีท็อกซ์ร่างกายได้แล้ว เพราะถ้ายังฝืนทิ้งไว้อาจจะทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมลงกว่าเดิมจนนำพาโรคร้ายมาหาได้ พร้อมทำให้ผิวพรรณมีปัญหาและการขับถ่ายไม่เป็นปกติ ถ้าต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้แล้วยังไม่รู้ว่าสัญญาณบ่งบอกสารพิษตกค้างในร่างกายมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้เลือกวิธีการดีท็อกซ์ที่ถูกต้อง วันนี้เรามี 5 สัญญาณเด่นๆ มาฝากค่ะ
- สิวอุดตันขึ้นจำนวนมาก
สิวอุดตันเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนว่าภายในร่างกายเกิดการตกค้างของสารพิษเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าคุณสะอาดแค่ไหนหรือใช้ยารักษาสิวประสิทธิภาพดีเท่าไหร่ ก็ไม่ช่วยทำให้สิวยุบลงได้หมด ดังนั้นจึงต้องมีการดีท็อกซ์ร่างกายเพื่อให้อวัยวะภายในสะอาดร่วมด้วย สิวเหล่านี้ก็จะยุบลงอย่างรวดเร็ว
- ปวดหัวบ่อย ไมเกรนขึ้นติดต่อกัน
การปวดหัวบ่อยครั้งหรือไมเกรนขึ้นแล้วไม่ยอมลงติดต่อกันเป็นเวลานาน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าสารพิษที่ตกค้างเริ่มขยายตัวเข้าไปสู่ระบบประสาท จนเกิดการระคายเคืองแล้วกลายมาเป็นอาการปวดหัว ถ้ายังละเลยไม่ยอมดีท็อกซ์ร่างกายก็อาจจะทำให้อาการปวดหัวรุนแรงแล้วเข้าไปกระทบกับส่วนต่างๆ ของร่างกายจนเป็นอันตรายได้
- ลิ้นเป็นฝ้าหนา
ลิ้นสีขาวขุ่นหรือออกเหลือง มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดใหญ่บนลิ้น เรียกว่าคราบฝ้าที่เกิดจากร่างกายพยายามขับเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ออกมาทางลิ้น โดยเฉพาะอาหารที่รับประทานเข้าไป เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าควรดีท็อกซ์ร่างกายอย่างเร่งด่วน!
- อาการคันผื่นแพ้ตามผิวหนัง
เมื่อสารพิษตกค้างมากๆ ก็จะกระจายไปตามเส้นเลือด จึงแสดงออกมาเป็นอาการคันและอาการแพ้ทางผิวหนัง อาจจะมีลักษณะเป็นผื่นสีแดง, ปื้นสีแดง หรือตุ่มคล้ายยุงกัดแต่มีลักษณะเป็นวงกลม ทำให้คันมากและคันนานผิดปกติ ในบางรายอาจมีอาการแสบผิวร่วมด้วย ถ้าเป็นแบบนี้รู้ได้เลยว่าคุณควรดีท็อกซ์ร่างกายได้แล้ว
- ร้อนในบ่อยเกินไป
อาการร้อนในและแผลผุพองภายในปาก เป็นการบ่งบอกว่าตับที่เป็นอวัยวะกรองสารพิษเริ่มทำงานผิดปกติ เนื่องมาจากสารพิษที่สะสมในร่างกายมีมากเกินไป ยิ่งเป็นบ่อยและนานมากเท่าไหร่ นั่นแสดงว่าภายในของคุณมีสารพิษจำนวนมากค้างอยู่และมีความร้อนเกินความจำเป็น ถ้าเจออาการนี้ต้องรีบดีท็อกซ์โดยด่วน! แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ทันที
การดีท็อกซ์จะช่วยให้อวัยวะภายในที่ต้องทำงานหนักเพราะมีสารพิษ, ไขมัน และน้ำตาลที่ตกค้างมากเกินไป ได้ทำความสะอาดพร้อมปรับสมดุลจนทำให้กลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้ง แต่ถ้าเป็นหนักจนกลายเป็นโรคร้ายไปแล้วควรทำการดีท็อกซ์ไปพร้อมการรักษาจากแพทย์เพื่อทำให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็ว