ไขข้อข้องใจ คีโตเจนิกกินแล้วผอมจริงหรือไม่

สำหรับคนที่กำลังสนใจเรื่องลดน้ำหนักและลดไขมันสะสม ต้องรู้จักวิธีการลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิกอย่างแน่นอน เพราะเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่เน้นสูตรการรับประทานเพื่อลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลง แล้วบังคับให้ร่างกายนำไขมันสะสมออกมาเผาผลาญเพื่อใช้เป็นพลังงานมากยิ่งขึ้น ที่มีชื่อว่าคีโตเจนิกมาจากการที่ร่างกายนำเพียงไขมันสะสมมาเป็นตัวสร้างกระบวนการผลิตกรดที่มีชื่อว่า “คีโตน”เพื่อให้กลายมาเป็นพลังงานกับผู้ที่ลดน้ำหนัก เป็นการเผาผลาญเอาไขมันสะสมที่มีอยู่ภายในร่างกายออกไปจนหมด ถือว่าเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่หลายๆ คนสนใจมาก เพราะสามารถรับประทานอาหารที่มีไขมันได้อย่างไม่ต้องกังวลมากนัก แต่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นคาร์บและน้ำตาลทั้งหมด ที่สำคัญคือผู้ที่หันมาใช้วิธีนี้ในการลดน้ำหนักประสบความสำเร็จกันมากเลยทีเดียว

                ในอดีตการลดน้ำหนักด้วยคีโตเจนิกที่เน้นนำไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงาน มีการใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยทางการแพทย์ แต่เมื่อมีคนเห็นถึงประโยชน์ของการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ จึงได้นำออกมาเผยแพร่พร้อมนำอาหารสไตล์ Atkins Diet ที่เน้นเรื่องการรับประทานไขมันเพื่อให้เข้าไปจัดการไขมันสะสมในร่างกาย โดยจัดระเบียบแคลอรี่ให้อยู่ในสัดส่วน 75% ของอาหารที่รับประทานเข้าไป ที่เหลือก็จะเป็นคาร์บและน้ำตาลถัวเฉลี่ยกันไปที่ 10% กับโปรตีนที่ 15% เมื่อจัดระเบียบการรับประทานอาหารให้สมดุลแล้ว ร่างกายก็จะมีไขมันสะสมที่พร้อมนำไปเผาผลาญและจัดการออกมาเป็นพลังงานเพื่อใช้ต่อไป ส่วนโปรตีน คาร์บ และน้ำตาลก็จะถูกเผาผลาญออกไปจนหหมดจดด้วยเช่นกัน ซึ่งแหล่งไขมันสะสมคุณภาพที่ควรค่าแก่การรับประทานในแบบคีโตเจนิก คือ ธัญพืชตระกูลถั่ว, ชีส, น้ำมันตับปลา, ปลาทะเลที่เนื้อมีไขมันแทรก และเนื้อสัตว์ทั่วไป แต่การลดน้ำหนักและไขมันสะสมด้วยวิธีนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาตัวบวมสักเท่าไหร่นัก เพราะอาหารที่กล่าวมาข้างต้นส่วนใหญ่จะเป็นพิษกับผู้ที่มีปัญหานี้ ดังนั้นถ้าคุณเข้าข่ายของการเป็นตัวบวมก็ควรหลีกเลี่ยงไปใช้วิธีการลดน้ำหนักด้านอื่นแทน

                การรับประทานไขมันสะสมให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เน้นอาหารที่เป็นไขมันดีและไขมันสะสมที่เผาผลาญได้ง่าย ก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีมากยิ่งขึ้น และถ้าต้องการลดไขมันหน้าท้องพร้อมกระชับสัดส่วนของร่างกายร่วมด้วย การออกกำลังกายจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดและสามารถเร่งระบบเผาผลาญไขมันสะสมให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คุณจึงมั่นใจได้เลยว่าการรับประทานไขมันสะสมในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณอย่างแน่นอน